2008/Feb/08

สวัสดีพ่อแม่พี่น้อง วันนี้จะมานำเสนอ Idol ขวัญใจกระผมวันนี้ อิอิ

 

นั่นก็คือ

 

 

นู๋อายะนี่เอง (เฮ้ๆๆๆๆๆ)

Hirano Aya 平野 綾

นู๋อายะจังนี้ เป็นนักพาย์ และ นักร้อง ชื่อดังคนนึงของญี่ปุ่นเลย โดยผลงานที่ทำให้ผมได้รู้จักกะสาวน้อยคนนี้ก็คือเรื่อง Suzumiya Haruhi no Yuuutsu  ซึ่งเธอพากย์เป็นนางเองของเรื่องนี้ ก็คือ Suzumiya Haruhi แล้วก็ได้มีผลงานเพลงเตะหูเข้ามาอีกนึงเพลงนั่นก็คือ เพลง Godknows...

 

จากอนิเมเรื่องนี้เรียกได้ว่าแจ้งเกิดเธอก็ว่าได้เลยมั้ง ดังกระฉูดแบบฉุดไม่อยู่ (ก็คนมันน่ารักนิหว่า อิิอิ)

 

ประวัติคร่าวๆของเธอ

เกิดวันที่ 8 ตุลาคม 1987(พ.ศ. 2530)(ตอนนี้อายุ 20 แล้ว)

กรุดเลือด o สูง158cm (อ้างอิงจาก wikipedia)

 

 ผลงานพากย์เสียงเรื่งอแรกของเธอคือ อนิเมเรื่อง เทนชิ โนะ ชิปโปะ (ไม่เคยดูเหมือนกัน) รับบทเป็น ซารุ​ ​โนะ​ ​โมโมะ ในปี 2001

 

 หลังจากประสบความสำเร็จจากอนิเม Suzumiya Haruhi no Yuuutsu ก็มีผลงานออกมามากมาย ทั้ง ดรามาซีดี หนังสือ ซิงเกิลเดี่ยว หรือ อนิเมซิงเกิล และยังได้พากย์อนิเเรื่องดังๆอีกหลายเรื่องตามมาเช่น Lucky Star (เป็นโคนะจัง)  Death Note (เป็น มิสะ)

* มีใครสังเกตุมั่งหว่า โคนะจัง กะ นู๋อายะเรา มีไฝ ที่หน้าเหมือนกัน อิอิ

 

 

แหม ไฝสเน่จริงๆ (ผมว่ามีหลายแหละคนที่ชอบเธอตรงไฝนี่ เหมือนผม หุหุ)

เอารูปมาให้ดูให้จุใจไปเลย

 

รูปนี้เอาใจ สาวกเด็กแว่น(ไม่ใช่เด็กแว้นนะ -*-)

 จริงๆรูปมีอีกเยอะ แต่ลงมากเดี๋ยวจะโหลดโหด จบไว้เท่านี้ละกัน บ๊ายนี่...

 

ปล. ใครเป็นแฟนคลับนู๋อายะก็มาคุยกันได้เน้อ  

2007/May/19

กระโดดไกล
เก็บคอ
ตาลืม
ปากนับ
กระชับศอก
มือกุมร่มช่วย
บีบเข่า
เท้าชิด
ตรวจร่ม
เตรียมตัวลงพื้น

มันคือบัญญัติ 10 ประการทนักเรียนทหารพลร่มต้องจำให้ขึ้นใจ

ช่วงเดือนกุมภาที่ผ่านมา ผมและเพื่อนได้ไปฝึกในหลักสูตร "ส่งทางอากาศ" หรือที่เรียกง่ายว่า พลร่มนั่นเอง
การฝึกเป็นไปอย่างหนักหน่วง เล่นเอาร่างกายนี่บอบช้ำไปตามๆกัน (ก็เล่นกระโดดกระแทกพื้นกันทั้งวัน) การฝึกนั่นจะเริ่มฝึกกันตั้งแต่การ
แต่งร่ม(เอาร่มขึ้นหลังนะแหละ)
การกระโดดออกจากเครื่องบิน
การบังคับล่มให้ถูกต้องตามทิศทางลม และไม่ใช้มันลงต้นไม้ - -"
และการลงพื้นที่ถูกวิธีไม่ให้เจ็บตัว

คนทียังไม่เคยโดดอาจงงว่า "ลงพื้นนี่เจ็บด้วยเหรอ ดูในทีวี ไม่เห็นจะลงแรงเลย"
ครับที่เห็นในทีวีนั้นมันเป็นร่มความเร็วสูงที่จะบังคับให้ลงช้าลงเร็วได้
แต่ร่มที่ผมโดดนั้นเป็นร่มทางทหารซึ่งมันทำไม่ได้


ร่มอันนี้มีชื่อว่า TMC-1 (เป็นร่มที่ไทยประกอบเองต้นแบบมาจาก MC-1 ของ US)

หลังจากฝึกมาได้หนึ่งเดือนเต็มๆ ก็ได้มาถึงของจริงกันซักที





เช้าวันที่ 3 มีนาคม
เช้านี้ผมรู้สึกว่าทำไมมันเร็วจัง(ใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหว่ะ จะถึงเวลาจริงแล้วเหรอเนี่ย)
บางคนก็เริ่มปลุกเสกของศักดิ์สิทธิ์ของตัวเอง (ขอบอก บางคนห้อยพระที สาม องค์)แต่ผม
ไม่มีอะไรมาเป็นของขลังแบบเขาหรอกครับ ผมไม่ชอบห้อยพระ
ตื่นเช้ามา เสียงครูฝึกตระโกนมาแต่ไกล "โดด ไม่โดดดดด...."ทุกคนก็จะตระโกนกลับไปว่า "โดด"
แต่ในใจบางคนคงคิด "ตูไม่อยากโดดเลยเว้ยยย" พอจัดการเรื่องส่วนตัวกันเรียบร้อย ทุกคนก็ไปที่สนามบินเพื่อรอขึ้นเครื่องต่อไป

เวลา 0700
พวกเรามาถึงสนามบิน วันนี้อากาศดี ท่าทางลมจะไปแรง เหมาะแก่การกระโดดร่มเป็นอย่างดี อิอิ
ที่ที่พวกผมไปโดด ก็คือ กองบิน 2 จังหลัดลพบุรี
มาถึงทุกก็รับร่มของตัวเองมาและจัดการสะพายมันึ้นบ่นหลัง(ขอบอกว่าหนักมาก)


เวลา 0800
เสียงเครื่องยนต์ Turbo prop ดังมาแต่ไกล นั่นเป็นสัญญาณว่า เครื่อง C130
ที่พวกเราใช้โดดนั้น มาถึงแล้ว ทุกคนต่างโห่ร้องเรียกขวัญและกำลังใจมา

และแล้วก็จะถึงเวลาที่รอคอยมานาน หลังจากฝึกมาจนเอียน ได้เวลางัดออกมาใช้ก็งานนี้
บัญญัติ 10 ประการที่ท่องจนขึ้นใจแล้วนั้น จะได้ใช้ก็งานนี้

พอทุกขึ้เครื่องหมด ท้ายเครื่องปิดประตู เครื่องยนต์สตาร์ท ทุกวินาทีหัวใจนี่เต้นแรงมาก
ใครที่เคยผ่านมาน่าจะรู้ดีกับการกระโดด ตุ้บ แรก ในชีวิต
.
.
.
"6 นาที"
เสียง Jump Master ตระโกนบอกเวลา
นักโดดชุดแรก(รวมถึงผมด้วย)ลุกขึ้นเตรียมตัวกระโดด
ทุกคนนำสายกระตุกร่มเกียวกับ ลวดสลิงค์
ตรวจความเรียบร้อยครั้งสุดท้าย

.
.
.
"1 นาที"
คนโดดคนแรกมายืนหน้าประตูเตรียมโดด(ผมโดดคนที่สอง)
.
.
สัญญาณไฟสีแดงเปลี่ยนเป็นสีเขียว
Jump Master ตบขานักโดดคนแรก เป็นสัญญาณบอกให้โดด
เพื่อนที่อยู่ข้างหน้าผม หายไปในพริบตา

"ชิบหาย ตากุและ้วะเหรอวะเนี่ย"
ด้วยการฝึกมาอย่างดี ขาทั้งสองก้าวไปอย่างอัตโนมัติเมื่อได้สัญญาณก็ถีบตัวออกไปอย่างแรง
วินาทีนั้นเอง

ความรู้สึกทุกอย่างหายไป
ภาพโดยรอบเบลอ จนมองแทบไม่เห็น
ทันใดนั้นเอง มีแรงอย่างมหาศาล กระตุกที่หลังผม
"พรึบ"
เสียงร่มกระตุก และกินลมเรียบร้อย


เฮื้อออ รอดตายแล้วกู ที่เคยฝึกมา นับ
หนึ่งพัน1 หนึ่งพัน2 หนึ่งพัน3 หนึ่งพัน4 ตรวจร่ม
นี่ไม่ได้นับซักแอะ ทำไงได้ คนมันตื่นเต้นนี่หว่า

แต่ความรู้สึกที่ได้ลอยคว้างอยู่กลางอากาศนั้น มันสุดยอดจริงๆ
ไม่ทันใดนั้น พื้นก็เริ่มใกล้เข้ามา

เฮ้ยยย!!! ทำไมมันถึงพื้นเร็วจังวะ
(พวกผมโดดที่ความสูง 1250 ft)
ผมเริ่มทำการเก็บคอ บีบเข้า บีบส้นเท้า เพื่อเตรียมลงพื้นแบบที่ฝึกมา
เอียงตัวบิดสะโพก เอาปลายเท้า สะโพก สัมผัสพื้น ใช้ใหล่เป็นจุดหมุน แล้วลุกขึ้นมา

แต่พอตกถึงพื้นจริงๆ
ส้นเท้า

ก้น

หัว

โอ้ววววว สุดยอดความบันเทิง ไม่เคยเจออะไรที่มึนอย่างนี้มาก่อน
พอลุกขึ้นมาได้ ความรู้สึกที่เกิดขึ้น
"เฮ้ย มันดีหว่ะ"

การฝึกหลักสูตรนี้พวกเราโดดกันคนละ 5 รอบ
และก็ได้รับการประดับปีกในที่สุด


เรียกได้ว่าเป็นที่สุดรสชาติหนึ่งของชีวิตทหารที่เคยผ่านมาเลย
แต่ภายภาคหน้าอาจมีอะไรที่ยิ่งกว่านี้
การฝึกครั้งนี้ก็ต้องขอขอบคุณครูฝึกทั้งหลาย ที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อ ความปลอดภัยของลูกศิษย์




 

2007/May/19

MOE
MOE (โมเอะ)

มันคืออะไร หลายๆคนคงจะงงมิใช่น้อย

ไม่ได้แปลว่า
Ministry Of Education นะครับ

โมเอะ ถ้าจะให้พูดถึงความหมายของมันที่แท้จริงแล้วละก็
คงจะหาไม่ได้ และคงจะไม่มีคำให้ที่ให้ความมหายมันได้ดีเท่ากับความรู้ึสึก
โมเอะนั้น มีความหมายใกล้เคัยงกับคำว่า かわい[คาวาอิ]ที่แปลว่าน่ารัก
แต่ความหมายของมันวัดด้วยความรู้สึกมากกว่า

อย่างเช่น
เห็นเด็กสาวน่ารักคนหนึ่งเดินหกล้มจนเห็น.... แล้วก็ทำหน้าอายๆ โอ้ววเด็กคนนั้นมันช่าง โมเอ๊ะ โมเอะ
(ส่อแววคุกนะเนี่ย)





โมอะนั้นจะ
องค์ประกอบดังน
- เสียง : เรียกได้ว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของโมเอะ
เพราะเสียงที่เล็กๆเหมือนเด็กผู้หญิงนั้นจะเพิ่งพลังความโมเอะได้
(ลองนึกถึงสาวๆหน้าตาดีๆแต่พูดมาทีเสียงเป็นผู้ชาย คงน่ากลัวพิลึก[Yมาแต่ไกล])
- หน้าตา : สำคัญมากทีเดียวถ้าหน้าตาไม่ดีก็อย่าหวังว่าจะโมเอะ
- ลักษะท่าทาง : สิ่งที่สำคัญที่สุดของความโมเอะ คือ ลักษณะนิสัย ถ้าแสดงความน่าถะนุถนอมได้ คุณก็จะเป็นคนโมเอะไปโดยทันที
- อายุ : ช่วงจำกัดของความโมเอะนั้น ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน บางคนอาจชอบเด็กๆ(lolicon)ี
แต่บางคนอาจชอบรุ่นพี่ หรือ คนอายุมากกว่า (obacon)

รูปตัวอย่างแสดงความโมเอะ


[เรื่องเสื่อมๆนี่ชอบจริงนะ ไอ้เจ้าของ Blog]

edit @ 2007/05/19 21:49:01